โหลดกระเป๋าใต้เครื่อง กำหนดน้ำหนักเท่าไร ห้ามใส่อะไรบ้าง

EN ไทย

Business Casual คืออะไร? ไอเดียชุดทำงาน แต่งอย่างไรให้ดูโปร

โหลดกระเป๋าใต้เครื่อง


การเตรียมตัวก่อนเดินทางโดยเครื่องบิน นอกจากการเลือกกระเป๋าเดินทางที่เหมาะสมแล้ว
เรื่องของน้ำหนักกระเป๋าก็เป็นรายละเอียดสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
เพราะแต่ละสายการบินมีข้อกำหนดเกี่ยวกับ การโหลดกระเป๋าใต้เครื่องแตกต่างกัน
รวมถึงสิ่งของต้องห้ามต่าง ๆ


มาทำความเข้าใจข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับน้ำหนักกระเป๋าโหลดใต้เครื่องของสายการบินยอดนิยม
เพื่อช่วยวางแผนการจัดกระเป๋าได้อย่างเหมาะสม
ทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น


Key Takeaways

  • การโหลดกระเป๋าใต้เครื่องคือขั้นตอนการนำสัมภาระชิ้นใหญ่และมีน้ำหนักมากไปฝากกับสายการ
    บินก่อนขึ้นเครื่องบิน
  • แต่ละสายการบินมีข้อกำหนดเกี่ยวกับน้ำหนักการโหลดกระเป๋าใต้เครื่องแตกต่างกัน
    ควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดทุกครั้งก่อนเดินทาง
  • สิ่งของที่ห้ามโหลดลงใต้เครื่องได้แก่ วัตถุไวไฟหรือสารที่ติดไฟได้ง่าย, พาวเวอร์แบงค์, อาวุธ,
    วัตถุอันตราย, สิ่งของมีค่าหรือเอกสารสำคัญ เป็นต้น
  • สายการบินส่วนใหญ่จะกำหนดน้ำหนักของกระเป๋าขึ้นเครื่องหรือ Carry On ไว้ที่ 7 กิโลกรัมต่อ 1
    ใบ

สารบัญบทความ


โหลดกระเป๋าใต้เครื่อง คืออะไร

การโหลดกระเป๋าใต้เครื่อง หรือที่สายการบินมักเรียกว่าสัมภาระเช็กอิน
คือขั้นตอนการนำสัมภาระชิ้นใหญ่ไปฝากกับสายการบินก่อนขึ้นเครื่องบิน
โดยกระเป๋าจะถูกจัดเก็บไว้ในพื้นที่บรรทุกสัมภาระของเครื่องบินแทนการนำขึ้นไปไว้ในห้องโดยสาร
ทำให้ผู้โดยสารไม่ต้องขนสัมภาระขึ้นเครื่องไปด้วย ช่วยให้นั่งสบาย ไม่เกะกะพื้นที่ และช่วยให้ขึ้น-
ลงเครื่องบินได้สะดวกมากขึ้น


โหลดกระเป๋าใต้เครื่อง ควรมีขนาดเท่าไร

ขนาดกระเป๋าโหลดใต้เครื่อง

การโหลดกระเป๋าใต้เครื่องนั้น โดยทั่วไปแล้วแต่ละสายการบินจะกำหนดขนาดกระเป๋าโหลดใต้เครื่อง
ประเภทของกระเป๋า รวมถึงน้ำหนักกระเป๋าที่สามารถเช็กอินได้ไว้แตกต่างกัน Samsonite
จึงแนะนำให้ตรวจสอบเงื่อนไขของแต่ละสายการบินก่อนโหลดกระเป๋าเดินทางขึ้นเครื่อง
เพื่อวางแผนจำนวนและน้ำหนักให้เหมาะสม
โดยรายละเอียดน้ำหนักของกระเป๋าโหลดใต้เครื่องของสายการบินยอดนิยม มีดังนี้

1. บางกอกแอร์เวย์ (Bangkok Airways)

  • ชั้นประหยัด (Economy Class) :
    ผู้โดยสารเด็กและผู้ใหญ่จะได้รับน้ำหนักโหลดกระเป๋าใต้เครื่องคนละ 20 กิโลกรัม
    ส่วนเด็กทารกได้รับน้ำหนักโหลดกระเป๋าใต้เครื่อง 10 กิโลกรัม
  • ชั้นธุรกิจ (Blue Ribbon) : ผู้โดยสารเด็กและผู้ใหญ่ได้จะได้รับน้ำหนักกระเป๋าคนละ 40 กิโลกรัม
    ส่วนเด็กทารกจะได้รับน้ำหนักกระเป๋า 10 กิโลกรัม

ผู้ใหญ่ เด็ก และทารกที่มีที่นั่ง สามารถถือกระเป๋า Carry on ขึ้นเครื่องได้คนละ 1 ชิ้น
โดยแบ่งขนาดกระเป๋าตามประเภทของเครื่องบินดังนี้

  • ATR72     ขนาด 50 x 36 x 23 เซนติเมตร น้ำหนักไม่เกิน 5 กิโลกรัม
  • Airbus 319     ขนาด 56 x 36 x 23 เซนติเมตร น้ำหนักไม่เกิน 5 กิโลกรัม
  • Airbus 320     ขนาด 56 x 36 x 23 เซนติเมตร น้ำหนักไม่เกิน 5 กิโลกรัม

2. นกแอร์ (Nok Air)

เส้นทางภายในประเทศ

  • Nok Lite : ลูกค้าปกติจะไม่มีน้ำหนักโหลดฟรี (ต้องซื้อเพิ่มเท่านั้น)
    แต่ถ้าเป็นสมาชิกรกสไมล์พัลส์ จะได้รับน้ำหนักโหลดกระเป๋า 10 กิโลกรัม
  • Nok X-tra : โหลดได้ 15 กิโลกรัม (ลูกค้าปกติ) / 25 กิโลกรัม (สมาชิกรกสไมล์พัลส์)
  • Nok MAX : โหลดได้ 25 กิโลกรัม (ลูกค้าปกติ) / 35 กิโลกรัม (สมาชิกรกสไมล์พัลส์)

เส้นทางระหว่างประเทศ

  • Nok Lite : ลูกค้าปกติจะไม่มีน้ำหนักโหลดฟรี (ต้องซื้อเพิ่มเท่านั้น)
    แต่ถ้าเป็นสมาชิกรกสไมล์พัลส์ จะได้รับน้ำหนักโหลดกระเป๋า 10 กิโลกรัม
  • Nok X-tra : โหลดได้ 20 กิโลกรัม (ลูกค้าปกติ) / 30 กิโลกรัม (สมาชิกรกสไมล์พัลส์)
  • Nok MAX : โหลดได้ 30 กิโลกรัม (ลูกค้าปกติ) / 40 กิโลกรัม (สมาชิกรกสไมล์พัลส์)

ในส่วนของกระเป๋าขึ้นเครื่องจะต้องมีขนาด 56 x 36 x 23 เซนติเมตร (ยาว x สูง x กว้าง)
และมีน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัม

3. การบินไทย (Thai Airways)

การบินไทยมีการปรับกฎการโหลดกระเป๋าใต้เครื่องใหม่เป็นแบบ Piece Concept (นับจำนวนชิ้น)
สำหรับตั๋วที่ออกตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 และเดินทางตั้งแต่ 2 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป
รายละเอียดดังนี้

  • ชั้นประหยัด และชั้นประหยัดพรีเมียม : กระเป๋าโหลดใต้เครื่องแต่ละชิ้นต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 23 กิโลกรัม
  • ชั้นหนึ่ง รอยัล เฟิร์สท์, ชั้นธุรกิจ รอยัล ซิลค์ และ ชั้นพรีเมียม อีโคโนมี พลัส :
    กระเป๋าโหลดใต้เครื่องแต่ละชิ้นต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 32 กิโลกรัม

ทุกชั้นโดยสาร กระเป๋าโหลดใต้เครื่องแต่ละชิ้นต้องมีขนาดรวมไม่เกิน 158 เซนติเมตร (ความสูง +
ความกว้าง + ความยาว) หรือ 62 นิ้ว โดยรวมล้อและหูจับแล้ว

4. ไทยไลอ้อนแอร์ (Thai Lion Air)

ไทยไลอ้อนแอร์มักจะมีน้ำหนักโหลดกระเป๋าใต้เครื่องให้ฟรีในเส้นทางบินส่วนใหญ่
โดยกำหนดน้ำหนักของกระเป๋าโหลดใต้เครื่องไว้ดังนี้

  • เส้นทางภายในประเทศ : ฟรี 10 กก. (ชั้นประหยัด Lion Economy) / 0 กก. (ชั้นประหยัดโปรโม Lion Promo)
  • เส้นทางระหว่างประเทศ : ฟรี 20 กก. (ชั้นประหยัด Lion Economy) / 0 กก. (ชั้นประหยัดโปรโม Lion Promo)

น้ำหนักสูงสุดของกระเป๋าโหลดใต้เครื่องแต่ละชิ้นคือ 32 กก. นอกจากนี้
ผู้โดยสารทุกคนสามารถถือกระเป๋าขึ้นเครื่องบินขนาดไม่เกิน 56 ซม. x 36 ซม. x 23 ซม. และน้ำหนักไม่เกิน 7 กก. ได้คนละ 1 ใบ

5. ไทยสมายล์ (THAI Smile)

ปัจจุบันสายการบินไทยสมายล์ได้ควบรวมกับการบินไทยอย่างสมบูรณ์แล้ว
ดังนั้นกฎการโหลดกระเป๋าใต้เครื่องจึงใช้กฎเดียวกับการบินไทยทุกอย่าง
โดยตั๋วชั้นประหยัดและชั้นประหยัดพรีเมียมจะได้น้ำหนักโหลดกระเป๋าที่ 23 กิโลกรัม ส่วนตั๋วชั้นหนึ่ง
รอยัล เฟิร์สท์, ชั้นธุรกิจ รอยัล ซิลค์ และชั้นพรีเมียม อีโคโนมี พลัส จะได้น้ำหนักโหลดกระเป๋าที่ 32
กิโลกรัม

6. แอร์เอเชีย (Air Asia)

โดยปกติแล้วสายการบินแอร์เอเชียจะเป็นตั๋วราคาประหยัดที่ไม่รวมน้ำหนักโหลดกระเป๋าใต้เครื่อง
ถ้าจะโหลดต้องซื้อน้ำหนักเพิ่มเท่านั้น โดยเลือกได้ตั้งแต่ 15 จนถึง 60 กิโลกรัม

ขนาดกระเป๋าสูงสุดต่อใบจะต้องสูงไม่เกิน 119 ซม. ยาวไม่เกิน 119 ซม. กว้างไม่เกิน 81 ซม.
และมีน้ำหนักไม่เกิน 32 กิโลกรัม ส่วนกระเป๋าถือขึ้นเครื่องสามารถพกไปได้ 2 ชิ้น น้ำหนักรวมไม่เกิน 7
กิโลกรัม

7. ไทยเวียตเจ็ท (Vietjet Air)

สายการบินไทยเวียตเจ็ทจะมีกฎการโหลดกระเป๋าใต้เครื่องคล้าย ๆ กับสายการบินแอร์เอเชีย
คือตั๋วประเภท Eco จะไม่ได้น้ำหนักโหลดฟรี ขณะที่ตั๋วชั้น Deluxe จะรวมน้ำหนักโหลดฟรี 20 กิโลกรัม
และตั๋วชั้น SkyBoss จะให้น้ำหนักโหลดฟรี 30 กิโลกรัม
ในส่วนของขนาดกระเป๋าโหลดใต้เครื่องต้องมีขนาดไม่เกิน 119 x 119 x 81 เซนติเมตร และน้ำหนักไม่เกิน
32 กิโลกรัม

8. เอมิเรตส์ (Emirates)

  • Economy Special : 20 กิโลกรัม
  • Economy Saver : 25 กิโลกรัม
  • Economy Flex : 30 กิโลกรัม
  • Economy Flex Plus : 35 กิโลกรัม
  • Economy Premium : 35 กิโลกรัม
  • Business : 40 กิโลกรัม
  • First Class : 50 กิโลกรัม

ขนาดของกระเป๋าโหลดใต้ท้องเครื่องแต่ละชิ้นจะต้องไม่เกิน 300 ซม. หรือ 118 นิ้ว (ความยาว +
ความกว้าง + ความสูง) และต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 32 กิโลกรัม


รวมข้อควรรู้เกี่ยวกับของที่ห้ามโหลดใต้เครื่อง มีอะไรบ้าง

ของที่ห้ามโหลดใต้เครื่อง

แม้ว่าการโหลดกระเป๋าใต้เครื่องจะบรรจุสิ่งของได้หลากหลายกว่ากระเป๋าถือขึ้นเครื่อง
แต่ทางสายการบินยังคงมีข้อกำหนดเกี่ยวกับสิ่งของห้ามโหลดใต้เครื่องอยู่ Samsonite
จึงรวมตัวอย่างสิ่งของที่ห้ามโหลดใต้เครื่องอย่างเด็ดขาดมาฝากกัน

  • วัตถุไวไฟหรือสารที่ติดไฟได้ง่าย : เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง สีทาบ้าน ทินเนอร์
    หรือสารเคมีที่สามารถเกิดการลุกไหม้ได้ง่าย
    สิ่งของกลุ่มนี้มักจัดอยู่ในรายการของห้ามโหลดใต้เครื่องตามมาตรฐานความปลอดภัยของการบิน
  • พาวเวอร์แบงค์และแบตเตอรี่สำรองทุกชนิด : เป็นอุปกรณ์ที่ห้ามโหลดลงใต้เครื่องเด็ดขาด
    เพราะเสี่ยงต่อการเกิดความร้อนและการลุกไหม้ ต้องพกติดตัวไว้ในกระเป๋าขึ้นเครื่องเท่านั้น
  • อาวุธ สายการบินทุกแห่งไม่อนุญาตให้นำอาวุธหรือสิ่งของที่คล้ายอาวุธทุกชนิดขึ้นเครื่องบิน
  • วัตถุระเบิดหรือวัตถุอันตราย : เช่น พลุ ดอกไม้ไฟ หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับวัตถุระเบิด จัดเป็น
    ของห้ามโหลดใต้เครื่องเนื่องจากมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยระหว่างเที่ยวบิน
  • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ : เช่น สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
    อุปกรณ์ที่ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมขนาดใหญ่ หรืออุปกรณ์เคลื่อนที่ไฟฟ้าบางประเภท
    ซึ่งสายการบินมักกำหนดข้อจำกัดชัดเจนเกี่ยวกับการโหลดอุปกรณ์เหล่านี้
  • สารเคมีหรือสารพิษบางประเภท : เช่น สารกำจัดศัตรูพืช สารเคมีอุตสาหกรรม
    หรือสารที่อาจก่อให้เกิดอันตรายระหว่างการขนส่ง
    ซึ่งมักอยู่ในรายการสิ่งของห้ามโหลดใต้เครื่องของสายการบิน
  • สิ่งของมีค่าหรือเอกสารสำคัญ : เช่น เงินสด เครื่องประดับ อัญมณี เอกสารสำคัญ
    หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็ก
    สายการบินมักแนะนำให้เก็บไว้ในกระเป๋าขึ้นเครื่องบินเพื่อป้องกันการสูญหาย
  • เนื้อสัตว์สดหรือแช่แข็ง และผลไม้กลิ่นแรง :
    ถือเป็นของต้องห้ามขึ้นเครื่องบินเพราะเป็นสิ่งที่มีโอกาสเน่าเสียสูงและส่งกลิ่นเหม็นรบกวนผู้โดย
    สารคนอื่น ๆ

กระเป๋าถือขึ้นเครื่องคืออะไร ใส่ของได้กี่กิโลกรัม

กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง
คือกระเป๋าที่ผู้โดยสารสามารถนำติดตัวขึ้นไปเก็บในห้องโดยสารของเครื่องบินได้โดยไม่ต้องโหลดลงใต้เครื่
อง จะเป็นกระเป๋าอะไรก็ได้ทั้งกระเป๋าเป้สะพายหลัง, กระเป๋าโน้ตบุ๊ค, กระเป๋าสะพายข้าง
หรือกระเป๋าเป้ล้อลาก ที่มีขนาดไม่ใหญ่เกินไป
และต้องเอาใส่ช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะหรือช่องใต้ที่นั่งได้

โดยทั่วไปแล้ว สายการบินส่วนใหญ่จะกำหนดน้ำหนักของกระเป๋าขึ้นเครื่องไว้ที่ 7 กิโลกรัมต่อ 1 ใบ
บางสายการบินอนุญาตให้พกได้ 2 ใบ น้ำหนักรวมกันไม่เกิน 7 กิโลกรัม
สิ่งของที่ใส่ในกระเป๋าถือขึ้นเครื่องมักเป็นสิ่งของมีค่า ของใช้ส่วนตัว พาวเวอร์แบงค์
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็ก ถ้าเป็นของเหลวจะต้องมีขนาดบรรจุภัณฑ์ไม่เกิน 100 มล.
หากเกินกว่านี้ต้องโหลดของเหลวใต้เครื่อง


น้ำหนักโหลดกระเป๋าใต้เครื่อง
เตรียมสัมภาระให้พร้อมก่อนการเดินทาง

การโหลดกระเป๋าใต้เครื่องเป็นขั้นตอนสำคัญของการเดินทางด้วยเครื่องบินที่ควรทำความเข้าใจ ทั้งเรื่อง
Checked Baggage คืออะไร น้ำหนักกระเป๋า ขนาด จำนวน รายการสิ่งของที่สามารถโหลดได้
รวมถึงข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน เพื่อให้การเช็กอินและการเดินทางเป็นไปอย่างสะดวกและราบรื่น

Samsonite มีกระเป๋าเดินทางให้เลือกตั้งแต่ขนาด 20 นิ้ว สำหรับถือขึ้นเครื่อง ไปจนถึงกระเป๋าเดินทาง 30
นิ้ว
และยังมีกระเป๋าเดินทาง Dual access ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับโหลดใต้เครื่อง ดีไซน์สวย
แข็งแรงทนทานมาตรฐานสากล มาพร้อมฟังก์ชันใช้งานที่ครบครัน ตอบโจทย์การจัดเก็บสัมภาระในทุก ๆ
ทริปการเดินทางอย่างลงตัว

ติดต่อสอบถาม หรือสั่งซื้อสินค้าได้ที่


คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

โหลดกระเป๋าใต้เครื่องใส่อะไรได้บ้าง

ใส่เสื้อผ้า รองเท้า ของใช้ส่วนตัว ของเหลวบางประเภท
และสิ่งของที่มีขนาดใหญ่กว่าจะใส่ในกระเป๋าถือขึ้นเครื่องได้
อย่างไรก็ตามควรตรวจสอบรายการสิ่งของต้องห้ามของสายการบินก่อนทุกครั้งนะคะ

โหลดกระเป๋า 2 ใบได้ไหม

สามารถโหลดได้ หากน้ำหนักรวมของสัมภาระไม่เกินสิทธิ์ที่สายการบินกำหนด
หรือในบางสายการบินอาจกำหนดจำนวนกระเป๋าโหลดใต้เครื่องตามประเภทตั๋วโดยสาร

กระเป๋าเดินทาง 24 นิ้ว ใส่ของได้กี่กิโล

โดยทั่วไปสามารถบรรจุสัมภาระได้ประมาณ 15–20 กิโลกรัม
ทั้งนี้ควรจัดของให้สอดคล้องกับน้ำหนักที่สายการบินอนุญาต

Search Tips
  • Double-check the spelling
  • Change your search query
  • Be less specific
{{promotionCalloutMsg}} {{explanationHtml}}