แซมโซไนท์ฉลองครบรอบ 110 ปี พร้อมมุ่งหน้าสร้างอนาคตที่ยั่งยืน

ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรม บริษัทมุ่งมั่นที่จะสร้างความยั่งยืนเพื่อความมั่นคงของแบรนด์ในอีก 100 ปีข้างหน้า

 

นายไคล์ เจ็นโดร ประธานบริหาร บริษัท แซมโซไนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล
นายไคล์ เจ็นโดร 
ประธานบริหาร บริษัท แซมโซไนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล

บอสตัน วันที่ 11 มีนาคม 2563 – แซมโซไนท์ฉลองครบรอบ 110 ปีแห่งนวัตกรรม คุณภาพ และความแข็งแกร่ง พร้อมเปิดตัวกลยุทธ์ใหม่ และพันธสัญญา

ระดับโลกในการนำพาอุตสาหกรรมผู้ผลิตกระเป๋าสู่ความยั่งยืน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Our Responsible Journey” หรือเส้นทางความรับผิดชอบขององค์กร โดยนับตั้งแต่วันที่บริษัทก่อตั้งขึ้นที่เมืองเดนเวอร์ มลรัฐโคโลราโด เมื่อปี ค.ศ. 1910 แซมโซไนท์ก็ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตและสร้างสรรค์กระเป๋าเดินทางรูปแบบต่าง ๆ ที่ยิ่งใหญ่และเป็นที่รู้จักมากที่สุดในโลก และเพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนี้ แคมเปญ “Our Responsible Journey” จะเน้นย้ำถึงจุดแข็งของแซมโซไนท์ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีความคงทน อายุการใช้งานยืนยาว และพันธสัญญาของบริษัทในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงความรับผิดชอบขององค์กรต่อผู้คน พาร์ทเนอร์ และชุมชน ในทุกขั้นตอนการดำเนินงาน

แซมโซไนท์ มีชื่อเสียงโดดเด่นในด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรม “ชิ้นแรก” มาตลอดเส้นทางอันยาวนานของแบรนด์ สำหรับการพัฒนานวัตกรรมต่อไปในอนาคต บริษัทจึงมีความตั้งใจที่จะผลักดันคอนเซ็ปต์ของ “ความยั่งยืน” เป็นกุญแจสำคัญในการทำงาน ซึ่งพันธกิจนี้จะครอบคลุมถึงแบรนด์อื่น ๆ ภายใต้แซมโซไนท์ด้วย ไม่ว่าจะเป็น Samsonite®, Tumi®, American Tourister® หรือ Gregory® โดยมีจุดประสงค์หลัก คือ

 

“ตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนานถึง 110 ปีของแซมโซไนท์ เรายึดมั่นในค่านิยมในการเคารพและให้เกียรติผู้คน โลก และดูแลผลกระทบที่เราสร้างต่อสิ่งแวดล้อมเสมอมา ซึ่งเมื่อหลอมรวมค่านิยมในวิธีการที่เราปฏิบัติต่อผู้อื่นและวิธีการที่เราดูแลโลกที่เราอาศัยอยู่นี้ เข้ากับความสามารถของเราในฐานะผู้นำในอุตสาหกรรมนี้แล้ว มันจึงเป็นเรื่องธรรมชาติที่แซมโซไนท์จะต้องรับหน้าที่เป็นผู้นำในด้านความยั่งยืนเช่นกัน” นายไคล์ เจ็นโดร ประธานบริหาร บริษัท แซมโซไนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าว “แม้ว่าเราจะเริ่มให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมาหลายปีแล้ว แต่กลยุทธ์ Our Responsible Journey จะเข้ามาเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่ทำให้แนวทางปฏิบัติทางธุรกิจที่ยั่งยืนประสบความสำเร็จ และบรรลุเป้าหมายของเราได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยกลยุทธ์นี้จะถูกนำมาใช้งานในทุกแง่มุมขององค์กร ซึ่งจะทำให้เราสามารถยืนหยัดในฐานะผู้นำในตลาดได้อย่างมั่นคงยาวนาน”

ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2018 เป็นต้นมา แซมโซไนท์ได้เปิดตัวคอลเลคชันใหม่กว่า 50 คอลเลคชันทั่วโลก รวมถึงคอลเลคชันที่ผลิตจากวัสดุรักษ์โลก อย่างเช่น วัสดุที่รีไซเคิลมาจากพลาสติก PET ไนล่อน หรือพอลิโพรพิลีน (polypropylene) จากโรงงานอุตสาหกรรม เศษไม้ และจุกไม้ก๊อก นอกจากนี้ ยังมีผ้า Recyclex™ ที่ผลิตขึ้นจากขวดพลาสติก PET ที่ใช้แล้ว 100% ซึ่งช่วยลดขยะขวดพลาสติก PET ขนาด 500 มล. ที่ต้องนำไปจำกัดโดยกระบวนการฝังกลบได้มากกว่า 52 ล้านขวด

ทั้งนี้ “Our Responsible Journey” จะพุ่งเป้าไปที่ 4 ปัจจัยสำคัญสำหรับธุรกิจของแซมโซไนท์ ได้แก่

เพราะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลกไม่เคยหยุดนิ่ง ตลอดระยะเวลา 110 ปีที่ผ่านมา แซมโซไนท์จึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนานวัตกรรมและดีไซน์ อีกทั้งยังเป็นผู้บุกเบิกการนำวัสดุใหม่ ๆ เข้ามาใช้ในกระบวนการผลิต และบริษัทจะยังคงสรรหาโซลูชั่นการเดินทางสำหรับอนาคตที่จะช่วยให้นักเดินทางสามารถสัญจรไปได้ไกลยิ่งกว่าที่เคย ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหนักเบาขึ้น แข็งแรงขึ้น และยั่งยืนยิ่งขึ้น

 

เกี่ยวกับแซมโซไนท์

แซมโซไนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล เอส เอ คือบริษัทผู้ผลิตกระเป๋าเดินทางและกระเป๋ารูปแบบต่าง ๆ ที่ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 110 ปี ดำเนินธุรกิจหลักในการออกแบบ ผลิต สรรหา และจัดจำหน่ายกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าใส่คอมพิวเตอร์สำหรับนักธุรกิจ กระเป๋าสำหรับใช้งานกลางแจ้งทั่วไป อุปกรณ์สำหรับการเดินทาง และเคสกันกระแทกสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ให้กับผู้บริโภคทั่วทุกมุมโลก ผลิตภัณฑ์ของแซมโซไนท์ได้วางจำหน่ายในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ทั้งในทวีปเอเชีย อเมริกาเหนือ ยุโรป และละตินอเมริกา ภายใต้แบรนด์เครื่องหมายการค้าจำนวนมาก ได้แก่ Samsonite®, Tumi®, American Tourister®, Hartmann®, High Sierra®, Gregory®, Speck®, Lipault®, Kamiliant® และ eBags® ตลอดจนแบรนด์อื่น ๆ ที่บริษัทเป็นเจ้าของ หรือได้รับอนุญาตในการจำหน่าย ปัจจุบัน หุ้นสามัญของบริษัทถูกระบุอยู่บนเมนบอร์ด (Main Board) ของตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (The Stock Exchange of Hong Kong Limited: SEHK)